Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

ส่วนการคลัง

ข่าวประชาสัมพันธ์

เว็บหน่วยงานราชการ

jobs-lmi-200p

สถิติผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

เริ่มใช้ 23 พฤศจิกายน 2552
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterสถิติวันนี้220
mod_vvisit_counterสถิติวานนี้196
mod_vvisit_counterสถิติสัปดาห์นี้647
mod_vvisit_counterสถิติเดือนนี้3178
mod_vvisit_counterสถิติทั้งหมด573889
ขอบคุณที่ท่านมาเยือน
การจัดเก็บรายได้
การจัดเก็บรายได้ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 03 ธันวาคม 2009 เวลา 23:28 น.

การจัดเก็บรายได้

ภาษีบำรุงท้องที่  คืออะไร
ความหมาย
“ที่ดิน”  หมายความว่า  พื้นที่ดิน และให้หมายความรวมถึงพื้นที่ที่เป็นภูเขา  หรือที่มีน้ำด้วย
“เจ้าของที่ดิน”  หมายความว่า  บุคคลหรือคณะบุคคลไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือ  นิติบุคคลซึ่งมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน  หรือครอบครองอยู่ในดินไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน
“ปี”  หมายความว่า  ปีประดิทิน
การยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีบำรุงท้องที่
-   ให้เจ้าของที่ดินซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินเป็นรายแปลงตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
-  แบบแสดงรายการ  ให้ยื่นภายในเดือนมกราคมของปีแรกที่มีการตีราคา  (แบบแสดงรายการที่ดินจะใช้ได้ทุกปีในรอบ
   ระยะเวลาสี่ปี)
-  ผู้มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ต้องชำระภาษีบำรุงท้องที่ภายในเดือน  เมษายน  ของทุกปี
-  บุคคลใดเป็นเจ้าของที่ดินขึ้นใหม่  หรือจำนวนเนื้อที่ดินเดิมของเจ้าของที่ดินผู้ใดได้เปลี่ยนแปลงไปให้เจ้าของที่ดินนั้น
   ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินต่อเจ้าพนักงานประเมิน  ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เป็นเจ้าของที่ดินขึ้นใหม่  หรือ  นับแต่
   วันที่จำนวนเนื้อที่ดินได้มีการเปลี่ยนแปลง
-  เมื่อกรรมสิทธิ์หรือการครอบครองของเจ้าของที่ดินได้โอนตกไปยังบุคคลอื่น  ให้ผู้รับโอนมีหน้าที่ร่วมกับเจ้าของที่ดิน  เดิมเสียภาษีบำรุงท้องที่ที่ค้างชำระ ไม่เกินห้าปีรวมทั้งปีสุดท้ายที่มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของที่ดินเดิมส่วนภาษีที่ค้างชำระเกินห้าปี อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้า ของที่ดินเดิม
                                      เงินเพิ่ม
  ให้เจ้าของที่ดินเสียเงินเพิ่มนอกจากเงินที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ในกรณีและอัตราดังต่อไปนี้
(1) ไม่ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินภายในเวลาที่กำหนด  ให้เสีย เงินเพิ่มร้อยละสิบของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่
      เว้นแต่กรณีที่เจ้าของที่ดินได้ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินจะได้แจ้งให้ทราบถึงการละเว้น
      นั้น  ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละห้าของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่
(2) ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินโดยไม่ถูกต้องทำให้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ละน้อยลงให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ
      สิบของภาษีบำรุงท้องที่ที่ประเมินเพิ่มเติม  เว้นแต่กรณีที่เจ้าของที่ดินได้มาขอแก้ไขแบบแสดงรายการที่ดินให้ถูกต้อง
      ก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมิน
(3) ชี้เขตแจ้งจำนวนเนื้อที่ดินไม่ถูกต้องต่อเจ้าพนักงานสำรวจ โดยทำให้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ลดน้อยลง
     ให้เสียเงินเพิ่มอีกหนึ่งเท่าของภาษีบำรุงท้องที่ที่ประเมิน เพิ่มเติม
(4) ไม่ชำระภาษีบำรุงท้องที่ภายในเวลาที่กำหนด  ให้เสียเงิน เพิ่มร้อยละยี่สิบสี่ต่อปีของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีบำรุง
     ท้องที่  เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน  ทั้งนี้  ไม่ให้นำเงินเพิ่มเติม (1) (2)  และ (3)  มาคำนวณเพื่อเสียเงินเพิ่มตาม (4) ด้วย
การอุทธรณ์
-    เจ้าของที่ดินผู้ใดได้รับแจ้งการประเมินภาษีบำรุงท้องที่แล้ว  เห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้อง  มีสิทธิอุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้  โดยยื่นอุทธรณ์แก่เจ้าพนักงานประเมินตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดภายในสามสิบวัน  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
-    เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้รับอุทธรณ์แล้ว  ให้เสนออุทธรณ์นั้นตามลำดับจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด
-   การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีบำรุงท้องที่  เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาของศาล
-     เพื่อการพิจารณาอุทธรณ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจมีหนังสือเรียกผู้อุทธรณ์หรือบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ  หรือให้ส่งเอกสารอันควรแก่เรื่องมาแสดง
-     ผู้อุทธรณ์ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกที่ออกตามนี้  หรือไม่ยอมให้ถ้อยคำ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร  ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยกอุทธรณ์นั้นเสีย
-    เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจาณาวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นประการใดแล้วให้แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์และเจ้าพนักงานประเมิน
-    ผู้อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์  เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดยกอุทธรณ์

 ภาษีโรงเรือนและที่ดินคืออะไร
ความหมาย
     ภาษีโรงเรือนและที่ดิน  หมายถึง  ภาษีที่จัดเก็บจากโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ  กับที่ดิน  ซึ่งใช้ต่อเนื่องกับ
โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น
     โรงเรือน  หมายถึง  บ้าน  ตึกแถว  อาคาร  ร้านค้า  สำนักงาน  บริษัท  ธนาคาร  โรงแรม  โรงภาพยนต์  โรงพยาบาล  โรงเรือน  แฟลต  หรือ  อพาร์ทเม้นท์  คอนโดมิเนียม  หอพัก  สนามมวย  สนามม้า  คลังสินค้า  ฯลฯ
     ส่วนคำว่าสิ่งปลูกสร้าง  ตัวอย่างเช่น  ท่าเรือ  สะพาน  อ่างเก็บน้ำ   ถังเก็บน้ำมัน  คานเรือ  ซึ่งมีลักษณะการก่อสร้างติดที่ดินเป็นการถาวร
หลักการสำคัญ
     หลักการสำคัญในการพิจารณาว่าทรัพย์สินใด  อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินหรือไม่  มีหลักในการพิจารณา
ดังนี้
     1. ต้องมีทรัพย์สินอันได้แก่โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น  กับที่ดิน  ซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น  และ
     2. ต้องไม่เข้าข้อยกเว้นภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน  ฯ
ทรัพย์สินที่ไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
     1. พระราชวังอันเป็นส่วนของแผ่นดิน
     2. ทรัพย์สินของรัฐบาล  ซึ่งใช้ในกิจการของรัฐบาลหรือ
สารธารณะและทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย  ที่ใช้ในกิจการของการรถไฟโดยตรง
   
 3. ทรัพย์สินของโรงพยาบาลสาธารณะและโรงเรียนสารธารณะซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อเป็นผลกำไรส่วนบุคคล  และใช้เฉพาะในการรักษาพยาบาลและในการศึกษา
     4. ทรัพย์สินซึ่งเป็นศาสนสมบัติอันใช้เฉพาะในศาสนกิจอย่างเดียว  หรือเป็นที่อยู่ของสงฆ์
     5. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ  ซึ่งปิดไว้ตลอดปี และเจ้าของมิได้อยู่เอง  หรือให้ผู้อื่นอยู่  นอกจากคนเฝ้าในโรงเรือน  หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ  หรือในที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกัน
     6. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของการเคหะแห่งชาติ ที่ผู้เช่าซื้ออาศัยอยู่เอง  โดยมิได้ใช้เป็นที่เก็บสินค้าหรือประกอบการ
อุตสาหกรรม  หรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้
     7. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เอง  หรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา  และซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม
ผู้มีหน้าที่ชำระภาษี
      ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน ฯ  กำหนดไว้เป็น  2  กรณี  คือ
     - เจ้าของทรัพย์สินมีหน้าที่ยื่นแบบพิมพ์แจ้งรายการทรัพย์สิน (แบบ  ภรด.2) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ภายใน  เดือนกุมภาพันธ์  ของทุกปี
     - เมื่อผู้รับประเมินได้รับแจ้งรายการประเมิน  (แบบ ภรด.8) แล้ว  ต้องไปชำระค่าภาษีต่อพนักงานเก็บภาษี  ภายใน  30  วัน  นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน ผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ชำระภายในกำหนดดังกล่าว  ถือเป็น  ค่าภาษีค้างชำระ  ซึ่งต้องเสียเงินเพิ่ม  ดังนี้
     - ถ้าชำระไม่เกินหนึ่งเดือนนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาให้เพิ่ม  ร้อยละ  2.5  ของภาษีค้างชำระ
     - ถ้าเกินหนึ่งเดือนแต่ไม่เกินสองเดือน  ให้เพิ่มร้อยละ  5  ของค่าภาษีค้างชำระ
     - ถ้าเกินสองเดือนแต่ไม่เกินสามเดือน  ให้เพิ่มร้อยละ 7.5 ของค่าภาษีค้างชำระ
     - ถ้าเกินสามเดือนแต่ไม่เกินสี่เดือนให้เพิ่มร้อยละ  10  ของค่าภาษีที่ค้างชำระ
     การร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่และการร้องขอให้
ยกเว้นขอให้ปลดภาษีหรือขอลดค่ารายปี  (การอุทธรณ์ต่อหน่วยงานจัดเก็บภาษี)
     เมื่อผู้รับประเมินได้รับทราบการแจ้งรายการประเมิน (ภรด.8)แล้ว  ปรากฏว่าผู้รับประเมินรายได้  ไม่พอใจการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ให้ไปติดต่อยังหน่วยงานจัดเก็บภาษี  เพื่อร้องขอให้มีการพิจารณาประเมินใหม่  แต่ทั้งนี้ผู้รับประเมินจะต้องยื่นคำร้องขออุทธรณ์  ดังกล่าวภายใน  15  วันนับแต่ไดัรับหนังสือแจ้งรายการประเมิน (ภรด.8)

ลักษณะป้ายที่ต้องเสียภาษี
       ป้ายแสดงชื่อ   ยี่ห้อ    หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้า  หรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้หรือโฆษณาการค้าหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้  ไม่ว่าจะได้แสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ  ด้วยอักษรภาพ  หรือเครื่องหมายที่เขียน   แกะสลักจารึก  หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น
เจ้าของป้ายไม่ต้องเสียภาษีป้ายสำหรับป้ายต่อไปนี้
(1) ป้ายที่แสดงไว้  ณ  โรงมหรสพและบริเวณของโรงมหรสพนั้นเพื่อโฆษณามหรสพ
(2) ป้ายที่แสดงไว้ที่สินค้าหรือที่สิ่งหุ้มห่อหรือบรรจุสินค้า
(3) ป้ายที่แสดงไว้ในบริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว
(4) ป้ายที่แสดงไว้ที่คนหรือสัตว์
(5) ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้า  หรือประกอบกิจการอื่นหรือภายในอาคารซึ่งเป็นที่รโหฐาน  ทั้งนี้  เพื่อหารายได้  และแต่ละป้ายมีพื้นที่ไม่เกินกำหนดในกฎกระทรวง  แต่ไม่รวมถึงป้ายตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
(6) ป้ายของราชการส่วนกลาง  ราชการส่วนภูมิภาค  หรือราชการส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
(7) ป้ายขององค์กร  ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล  หรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ และหน่วยงานที่นำรายได้ส่งรัฐ
(8) ป้ายของธนาคารแห่งประเทศไทย  ธนาคารออมสิน  ธนาคารอาคารสงเคราะห์  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(9) ป้ายของโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน  หรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน  ที่แสดงไว้  ณ  อาคารหรือบริเวณของโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น
(10) ป้ายของผู้ประกอบการเกษตร  ซึ่งค้าผลผลิตอันเกิดจากการเกษตรของตน
(11) ป้ายของวัด  หรือผู้ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนา  หรือการกุศลสาธารณะโดยเฉพาะ
(12) ป้ายของสมาคมหรือมูลนิธิ
(13) ป้ายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ระยะเวลาจัดเก็บภาษีป้าย
ระยะที่ 1  เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียภาษี  แบบพิมพ์ที่ต้องใช้
                 ระยะที่ 1  เริ่ม  1  ตุลาคม  ถึง  31  ธันวาคม  เป็น   เวลา  3  เดือน
ระยะที่ 2  เป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ครอบครองป้ายหรือเจ้าของป้ายต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีป้าย  เริ่ม  1  มกราคม  ถึง  31  มีนาคม
ระยะที่ 3 ระยะเวลาติดตามเร่งรัดให้ผู้ครอบครองป้ายหรือเจ้า ของป้ายมาชำระภาษีป้ายพร้อมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ป้ายและพิจารณาคำร้องอุทธรณ์การประเมินและดำเนินคดีต่อผู้ที่ยังไม่มายื่นแบบภายใน  มีนาคม  ระยะที่ 3  เริ่ม  1  เมษายน  ถึง  30  มิถุนายน 
 ระยะที่ 4 ระยะเวลาการบังคับจัดเก็บ  การติดตามผลการดำเนินคดีจากพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง การดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินของผู้ค้างชำระภาษีป้าย  และดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้อง   เริ่ม  1  กรกฎาคม  ถึง  30  กันยายน 
รวม  3  เดือน
     ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย  ชำระภาษีป้ายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สถานที่ที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการป้ายไว้  หรือสถานที่อื่นใดที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด  ทั้งนี้ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน  และให้ถือวันที่ชำระภาษีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นวันชำระภาษีป้าย
กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการป้ายภายในกำหนดเวลา
กำหนดว่า  ผู้ใดจงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงห้าหมื่นบาท
การคำนวณภาษีป้าย  ตามอัตราภาษีป้าย
1.  ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน  คิดอัตรา   3  บาทต่อ  ห้าร้อย ตาราง
     เซนติเมตร
2.  ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศ  คิดอัตรา  20
     บาทต่อ  ห้าร้อย  ตารางเซนติเมตร

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 29 ธันวาคม 2009 เวลา 02:59 น.
 


ข่าวเปิดสอบงานราชการ

ข่าวงานราชการทั้งหมด

นายก อบต.โพนทอง

พันตรีผดุง  ทิพย์วงษ์

ปลัด อบต.โพนทอง

นางสาวนิศากร  ไกรสร

แสดงความคิดเห็น

ท่านคิดว่าอบต.โพนทองควรพัฒนาด้านใดบ้าง
 

แบบสำรวจความพึงพอใจ

แบบสำรวจความพึงพอใจในรายละเอียดข้อมูลที่ได้จากเว็บไซต์ ภาพรวมทั้งหมดของเว็บไซต์
 

จำนวนผู้กำลังเยี่ยมชม

เรามี 35 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

พยากรณ์อากาศ

ราคาน้ำมัน

ปฏิทิน

Previous Month December Next Month
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
0 0 0 0 0 0 0
0 0 0 0 0 0 0
0 0 0 0 0 0 0
0 0 0 0 0 0 0
0 0 0 0 0 0 0
0 0 0 0 0 0 0

หนังสือพิมพ์

กระทรวง

ขณะนี้เวลา

Top 10 Best Product in Computers and Accessories 2017 Top 10 Best Product in Sports and Outdoors in 2017 Top 10 Best Products in Home and Decors For 2017 TOP 10 Best Product In CLOTHING AND SHOES For 2017